วันที่ 22 มิ.ย. 2563 (จำนวนคนอ่าน 0 คน)
สารพันบทความ

เพราะน้ำคือชีวิต และชีวิตคือสายน้ำ
 
 
           สายน้ำเป็นดั่งกำลังขับเคลื่อนของทุกสรรพสิ่ง Water is the driving force for all nature คำกล่าวนี้ยังเป็นจริงในทุกยุคทุกสมัยและในทุกพื้นที่บนโลกใบนี้ เพราะนอกจากการดำรงชีวิตประจำวันที่ได้พบเห็นและสัมผัส เราทุกคนต่างก็ต้องใช้น้ำในการอาบ การกิน หรือการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน และหากมองย้อนกลับไปในอดีตจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ก็พบว่า มนุษย์ในยุคก่อนประวัติศาสตร์ต่างก็อพยพเพื่อมาตั้งถิ่นฐานกันอยู่ตามริมฝั่งแม่น้ำ เพราะบริเวณดังกล่าวเหมาะสมแก่การตั้งรกรากทั้งในแงของการใช้ประโยชน์จากสายน้ำในการอุปโภคบริโภค และการทำการเกษตรในพื้นที่อย่างยั่งยืนต่อไปด้วย
 
 

ประเทศไทยเราขึ้นชื่อได้ว่าเป็นแหล่งที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางข้าวปลาอาหารสูง กับคำกล่าวที่ว่าในน้ำมีปลา ในนามีข้าว ที่ได้ยินมาตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบันก็คงไม่ห่างไกลจากความเป็นจริงมากนัก แม้ว่าที่ผ่านมาประเทศไทยจะต้องประสบพบเจอกับปัญหาน้ำแล้งและน้ำหลากเป็นประจำทุกปี ประชาชนโดยทั่วไป รวมถึงเกษตรกรผู้เป็นกำลังหลักของประเทศก็ยังคงมีการปรับตัวเพื่อรับมือกับสถานการณ์น้ำในทุกรูปแบบเสมอมา โดยมีภาครัฐคอยดูแลให้ความช่วยเหลือและเป็นที่พึ่งหลักให้กับประชาชนและเกษตรกรอย่างใกล้ชิด และไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม น้ำแล้ง หรือน้ำหลาก ความพอดีของสิ่งที่ควรจะเป็นคือการมีน้ำอุปโภคบริโภคที่เพียงพอ ไม่ว่าจะเป็นน้ำกินน้ำใช้ น้ำสำหรับทำการเกษตร แผนยุทธศาสตร์
การบริหารจัดการน้ำ ซึ่งมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาอย่างต่อเนื่องถึง
20 ปี ตั้งแต่ปี 2561 – 2580 จึงเกิดขึ้นภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการน้ำแห่งชาติ (กนช.) โดยมีรองนายกรัฐมนตรี พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ เป็นประธาน และได้จัดตั้ง "สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ” (สทนช.) ขึ้นมาเป็นหน่วยงานหลักในกำกับดูแลแผนดังกล่าวร่วมกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องจำนวน 38 หน่วยงาน

 

การบริหารจัดการน้ำโดยภาพรวมภายใต้แผนบริหารจัดการน้ำดังกล่าวนั้นเน้นให้ความสำคัญของการดูแลน้ำให้ครอบคลุมในทุกด้าน ทั้งการดูแลน้ำกินน้ำใช้ โดยมีเป้าหมายในการดูแลพัฒนาและปรับปรุงประปาหมู่บ้านทั้งหมดจำนวนหมื่นกว่าแห่ง และเพิ่มระบบประปาชุมชนเมืองรวมถึงขยายประปาอีกจำนวนพันกว่าแห่ง

 

การบริหารจัดการพื้นที่ป่าต้นน้ำเพื่อป้องกันและลดความรุนแรงของปัญหาน้ำท่วม
น้ำแล้งก็เป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการดำเนินการ โดยมีเป้าหมายในการฟื้นฟูพื้นที่
ป่าต้นน้ำ
4.77ล้านไร่ สำหรับการบำบัดน้ำเสียนั้นก็มีเป้าหมายในการพัฒนาระบบบำบัดน้ำเสียจำนวนสองร้อยกว่าแห่งเพื่อลดปริมาณน้ำเสียจากแหล่งกำเนิดในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา แม่น้ำท่าจีน แม่น้ำปาสัก แม่น้ำมูล และแม่น้ำชี

 

 

 

 

 

สำหรับสถานการณ์น้ำที่ประชาชนต้องเจอต่อไปในช่วงเวลาอันใกล้นี้ คงจะหนีไม่พ้นภาวะน้ำแล้ง ซึ่งมาพร้อมฤดูหนาวของเดือนพฤศจิกายนนี้ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ โดยมีนายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการฯ สทนช.ได้

 

ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนการบริหารจัดการภาวะน้ำแล้งเพื่อช่วยให้เกษตรกรได้มีน้ำเพียงพอสำหรับการทำการเกษตรในหน้าน้ำแล้งต่อไป โดยในท้ายที่สุดแล้วก็เพื่อต้องการให้ทุกพื้นที่ในประเทศไทย เป็นทุกแหล่งน้ำที่มีปลา เป็นทุกทุ่งนาที่จะมีข้าว สามารถหล่อเลี้ยงทุกชีวิตและเป็นกำลังขับเคลื่อนทุกสรรพสิ่งต่อไป


 

 

 

เรียบเรียงโดย บุญพราว อินจิโน